ยางพารา
เจ.เคย์ พารา โค้ท
ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลหน้ายางและรอยกรีด โดยไม่มีส่วนผสมของสารเร่งน้ำยาง

ข้อมูลผลิตภัณฑ์
ชื่อผลิตภัณฑ์: เจ.เคย์ พารา โค้ท ชื่อภาษาไทย: เจ.เคย์ พารา โค้ท กลุ่มผลิตภัณฑ์: Rubber Plantation Care ประเภท: ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลบริเวณหน้ายางและรอยกรีด รูปแบบ: ชนิดน้ำ องค์ประกอบสำคัญ: พอลิเมอร์ + ไคโตซาน + สารสกัดจากพืช ขนาดบรรจุ: 1 ลิตร ราคาขายปลีก: 490 บาท
ไม่มีส่วนผสมของสารเร่งน้ำยาง
เจ.เคย์ พารา โค้ท คืออะไร
เจ.เคย์ พารา โค้ท เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดน้ำสำหรับทาบริเวณหน้ายางและรอยกรีดของต้นยางพาราที่เปิดกรีดแล้ว
สูตรประกอบด้วย พอลิเมอร์, ไคโตซาน และสารสกัดจากพืช ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยดูแลสภาพบริเวณรอยกรีด สร้างชั้นฟิล์มบางเคลือบบริเวณผิว และสนับสนุนการจัดการหน้ายางให้เหมาะสมต่อการกรีดอย่างต่อเนื่อง
ผลิตภัณฑ์สามารถใช้ได้กับยางพาราทุกสายพันธุ์และระบบกรีดทุกระบบ
3 เรื่องสำคัญที่ควรรู้จัก เจ.เคย์ พารา โค้ท
1. พัฒนาสำหรับการดูแลหน้ายางและรอยกรีดโดยเฉพาะ
ใช้ทาบริเวณรอยกรีดเพื่อดูแลสภาพผิวเปลือกและบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากการกรีดต่อเนื่อง
2. ช่วยดูแลสภาพเปลือกให้เหมาะกับการกรีด
มุ่งสนับสนุนให้บริเวณหน้ายางมีสภาพเหมาะสม เปลือกไม่แข็งกระด้างเกินไป และช่วยให้การกรีดทำได้สะดวกขึ้น
3. ไม่มีส่วนผสมของสารเร่งน้ำยาง
เจ.เคย์ พารา โค้ท ถูกพัฒนาในแนวทางการดูแลหน้ายาง โดยไม่อาศัยสารเร่งน้ำยางเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
ปัญหาหรือสถานการณ์ที่เหมาะกับการใช้
เจ.เคย์ พารา โค้ท เหมาะสำหรับใช้ในสวนยางที่ต้องการดูแลบริเวณหน้ายางและรอยกรีด เช่น
- รอยกรีดที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง
- เปลือกบริเวณกรีดมีลักษณะแข็งหรือสภาพไม่สมบูรณ์
- สวนที่มีการกรีดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
- ต้องการดูแลหน้ายางระหว่างรอบการกรีด
- ต้องการลดผลกระทบจากสภาพแวดล้อมบริเวณรอยกรีด
- ต้องการดูแลบริเวณรอยกรีดจากความเสี่ยงของจุลินทรีย์ที่ไม่พึงประสงค์
- สวนที่ต้องการจัดการสภาพหน้ายางให้เหมาะกับการใช้งานระยะยาว
ผลิตภัณฑ์ถูกวางตำแหน่งในฐานะผลิตภัณฑ์สำหรับ การดูแลและจัดการบริเวณหน้ายาง ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับการรักษาโรคพืชโดยตรง
หลักการทำงานของสูตร
เจ.เคย์ พารา โค้ท ใช้องค์ประกอบสำคัญ 3 กลุ่มร่วมกัน
พอลิเมอร์
เมื่อทาบริเวณรอยกรีด จะเกิดเป็นชั้นฟิล์มบางใสเคลือบบริเวณผิว ช่วยลดการสัมผัสโดยตรงของรอยกรีดกับสิ่งแวดล้อมภายนอกและลดโอกาสที่สิ่งปนเปื้อนหรือจุลินทรีย์ที่ไม่พึงประสงค์จะเข้าถึงบริเวณดังกล่าวได้ง่าย
ไคโตซาน
เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของสูตรที่ใช้ร่วมกับระบบการดูแลบริเวณหน้ายางและสภาพของรอยกรีด โดยแนวทางการพัฒนาสูตรมุ่งสนับสนุนทั้งสภาพเปลือกและคุณภาพของน้ำยางในระบบการจัดการสวนยาง
สารสกัดจากพืช
ใช้เป็นองค์ประกอบเสริมในการดูแลสภาพบริเวณหน้ายาง และช่วยสนับสนุนสภาพแวดล้อมบริเวณรอยกรีดให้ไม่เอื้อต่อจุลินทรีย์ที่ไม่พึงประสงค์
คุณสมบัติสำคัญ
- สูตร พอลิเมอร์ + ไคโตซาน + สารสกัดจากพืช
- เกิดเป็นชั้นฟิล์มบางใสหลังการทา
- ใช้เฉพาะบริเวณหน้ายางและรอยกรีด
- ช่วยดูแลสภาพรอยกรีดหลังการใช้งานต่อเนื่อง
- สนับสนุนสภาพเปลือกให้เหมาะกับการกรีด
- ช่วยลดการสัมผัสโดยตรงของรอยกรีดกับสิ่งแวดล้อมภายนอก
- สนับสนุนการจัดการความเสี่ยงจากจุลินทรีย์ที่ไม่พึงประสงค์บริเวณหน้ายาง
- ไม่มีส่วนผสมของสารเร่งน้ำยาง
- ใช้ได้กับยางพาราทุกสายพันธุ์
- ใช้ได้กับระบบกรีดทุกระบบ
ประโยชน์ที่ผู้ใช้ได้รับ
เมื่อใช้ เจ.เคย์ พารา โค้ท ร่วมกับการจัดการสวนยางที่เหมาะสม มีเป้าหมายเพื่อ
- ช่วยดูแลรอยกรีดให้ฟื้นสภาพได้ดี
- สนับสนุนให้เปลือกบริเวณกรีดมีความนุ่มและเหมาะกับการกรีด
- ช่วยให้การกรีดทำได้สะดวกขึ้น
- ช่วยดูแลหน้ายางในสวนที่กรีดต่อเนื่อง
- ช่วยลดผลกระทบจากสภาพแวดล้อมบริเวณรอยกรีด
- สนับสนุนสภาพของต้นยางให้เหมาะกับการจัดการระยะยาว
- สนับสนุนการรักษาคุณภาพน้ำยางภายใต้ระบบการจัดการที่เหมาะสม
ผลที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างกันตามพันธุ์ยาง อายุของต้น ระบบกรีด สภาพอากาศ และการจัดการสวนแต่ละพื้นที่
ทำไมจึงเลือก เจ.เคย์ พารา โค้ท
เจ.เคย์ พารา โค้ท ไม่ได้ถูกออกแบบเป็นสารเร่งการให้น้ำยาง แต่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลบริเวณที่ได้รับผลจากการกรีดโดยตรง
จุดสำคัญ ได้แก่
- มี พอลิเมอร์ ช่วยสร้างชั้นฟิล์มเคลือบบริเวณรอยกรีด
- มี ไคโตซาน เป็นองค์ประกอบสำคัญของสูตร
- มีสารสกัดจากพืชสำหรับเสริมการดูแลบริเวณหน้ายาง
- สนับสนุนการดูแลสภาพเปลือกและรอยกรีด
- ใช้งานง่ายด้วยการทาบาง ๆ บริเวณที่ต้องการ
- หนึ่งลิตรสามารถใช้ได้กับต้นยางจำนวนมาก
- ไม่มีส่วนผสมของสารเร่งน้ำยาง
แนวคิดหลักจึงเป็น “ดูแลหน้ายางเพื่อให้การกรีดดำเนินไปอย่างเหมาะสม” มากกว่าการกระตุ้นต้นให้ให้น้ำยางเพิ่มขึ้นในระยะสั้น
เหมาะสำหรับ
ใช้กับต้นยางพาราที่เปิดกรีดแล้ว
- ใช้ได้กับยางพาราทุกสายพันธุ์
- ใช้ได้ตั้งแต่ต้นยางที่มีอายุถึงช่วงเปิดกรีดแล้วขึ้นไป
- ใช้ได้กับระบบกรีดทุกระบบ
- เหมาะกับสวนที่มีการกรีดต่อเนื่อง
- เหมาะกับสวนที่ต้องการดูแลสภาพหน้ายางในระยะยาว
วิธีใช้
ใช้ แปรงขนาดประมาณ 3 นิ้ว
ทา เจ.เคย์ พารา โค้ท บาง ๆ ให้ทั่วบริเวณ
เหนือรอยกรีดหรือบริเวณรอยกรีดที่ต้องการดูแล
ไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนทำความสะอาดพิเศษก่อนการใช้งานภายใต้สภาพการจัดการทั่วไป
หลังทาไม่จำเป็นต้องหยุดกรีดเป็นเวลาหลายวัน สามารถดำเนินระบบกรีดตามรอบปกติของสวนได้
ปริมาณการใช้
เจ.เคย์ พารา โค้ท ขนาด 1 ลิตร
สามารถใช้ได้ประมาณ
500–800 ต้น
จำนวนต้นจริงขึ้นอยู่กับ
- ขนาดพื้นที่ที่ทา
- ความหนาของการทา
- สภาพของหน้ายาง
- วิธีการใช้งานของแต่ละสวน
ควรทาเป็น ชั้นบาง ๆ ให้ทั่วบริเวณ ไม่จำเป็นต้องทาหนาเกินความจำเป็น
ความถี่ในการใช้
แนะนำให้ใช้ประมาณ
เดือนละ 1 ครั้ง
สามารถเลือกทาในช่วงเวลาที่สะดวก หรือในวันพักกรีดของสวน
เพื่อให้ฟิล์มเซ็ตตัวได้เหมาะสม ควรเลือกช่วงที่บริเวณหน้ายางไม่มีน้ำฝนไหลผ่านโดยตรงในระหว่างการทาและช่วงแรกหลังทา หากสามารถเลือกช่วงเวลาได้
การใช้ในระบบกรีด
สามารถใช้ร่วมกับระบบกรีดได้ทุกระบบ เช่น
- กรีดวันเว้นวัน
- กรีดวันเว้นสองวัน
- ระบบกรีดที่สวนกำหนดตามการจัดการของพื้นที่
เจ.เคย์ พารา โค้ท ไม่ได้กำหนดให้ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนระบบกรีดเดิมเพื่อใช้ผลิตภัณฑ์
ขนาดบรรจุและราคา
ขนาดบรรจุ: 1 ลิตร ราคาขายปลีก: 490 บาท
หากคำนวณจากการใช้งานประมาณ 500–800 ต้นต่อ 1 ลิตร ต้นทุนผลิตภัณฑ์จะอยู่ในระดับประมาณ 0.61–0.98 บาทต่อต้นต่อครั้ง ก่อนพิจารณาปัจจัยการใช้จริงของแต่ละสวน
ช่องทางการสั่งซื้อและสอบถาม
บริษัท เจ.เคย์ โปรดัก ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด
- ไลน์ทางการ: @j.kayproduct
- โทรศัพท์: 065-989-3591
- เฟซบุ๊ก: เจ.เคย์ Product Development
- อีเมล: j.kayproduct@gmail.com
เกษตรกรสามารถสอบถามแนวทางการใช้ตามสภาพหน้ายางและระบบกรีดของสวนก่อนสั่งซื้อได้
คำถามที่พบบ่อย
เจ.เคย์ พารา โค้ท ใช้กับยางพันธุ์อะไรได้บ้าง?
สามารถใช้กับยางพาราทุกสายพันธุ์ที่เข้าสู่ระยะเปิดกรีดแล้ว
ต้องหยุดกรีดหลังทาหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องหยุดกรีดเป็นเวลาหลายวัน สามารถจัดการตามรอบกรีดของสวนได้
ต้องทำความสะอาดหน้ายางก่อนทาหรือไม่?
ภายใต้สภาพการใช้งานทั่วไปไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนทำความสะอาดพิเศษก่อนทา
ควรใช้บ่อยแค่ไหน?
แนะนำประมาณเดือนละ 1 ครั้ง
1 ลิตรใช้ได้กี่ต้น?
ประมาณ 500–800 ต้น ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และปริมาณที่ใช้ต่อหนึ่งต้น
มีสารเร่งน้ำยางหรือไม่?
ไม่มี เจ.เคย์ พารา โค้ท ไม่มีส่วนผสมของสารเร่งน้ำยาง
ช่วยดูแลเรื่องเชื้อราบริเวณหน้ายางหรือไม่?
สูตรถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยดูแลสภาพบริเวณรอยกรีดและลดปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อจุลินทรีย์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่ผลิตภัณฑ์ไม่ได้สื่อสารในฐานะสารรักษาโรคหรือสารป้องกันกำจัดโรคพืชโดยตรง
ทำให้น้ำยางออกมากขึ้นหรือไม่?
เจ.เคย์ พารา โค้ท ไม่ใช่สารเร่งน้ำยาง จุดประสงค์หลักคือการดูแลหน้ายางและสภาพรอยกรีด การไหลและปริมาณน้ำยางจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พันธุ์ อายุ สภาพต้น ระบบกรีด สภาพอากาศ และการจัดการสวน
แนวทางการสื่อสารและข้อความกำกับผลิตภัณฑ์
การสื่อสาร เจ.เคย์ พารา โค้ท ควรเน้นแนวคิด
“ดูแลหน้ายาง – ดูแลรอยกรีด – สนับสนุนการจัดการสวนยางในระยะยาว”
สามารถใช้ข้อความเชิงประโยชน์ เช่น
- ช่วยดูแลรอยกรีดให้ฟื้นสภาพได้ดี
- สนับสนุนสภาพเปลือกให้นุ่มและเหมาะกับการกรีด
- ช่วยให้การกรีดทำได้สะดวกขึ้น
- ช่วยดูแลสภาพหน้ายาง
- สนับสนุนคุณภาพน้ำยางภายใต้ระบบการจัดการที่เหมาะสม
- ไม่มีส่วนผสมของสารเร่งน้ำยาง
ควรหลีกเลี่ยงข้อความโดยตรง เช่น
- “รักษาโรคหน้ายาง”
- “ฆ่าเชื้อรา”
- “ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย”
- “ป้องกันโรค 100%”
- “เพิ่มน้ำยาง”
- “เพิ่ม DRC”
- “รับประกันเปอร์เซ็นต์ยาง”
- หรือข้อความที่รับประกันผลลัพธ์โดยไม่มีข้อมูลรองรับ
ให้เปลี่ยนเป็นข้อความในลักษณะ
- “ช่วยดูแลสภาพบริเวณหน้ายาง”
- “ช่วยลดปัจจัยที่เอื้อต่อจุลินทรีย์ที่ไม่พึงประสงค์”
- “สนับสนุนคุณภาพน้ำยาง”
- “ช่วยให้ระบบการดูแลหน้ายางมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
“ผลิตภัณฑ์นี้ไม่จัดเป็นปุ๋ยตามกฎหมายว่าด้วยปุ๋ย และไม่จัดเป็นวัตถุอันตรายทางการเกษตรหรือสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง”
สั่งซื้อและสอบถาม
สอบถามวิธีใช้ให้เหมาะกับระบบของคุณ
แจ้งชนิดพืช สัตว์ ระบบฟาร์ม ระบบน้ำ หรือพื้นที่ใช้งาน เพื่อรับคำแนะนำก่อนเลือกผลิตภัณฑ์
